TOP

ปัจฉิมนิเทศ นักศึกษาครูสมาธิ รุ่น 30

พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร เปรียบเสมอว่าการที่เราได้มาเรียนร่วมกันเหมือนกับเราเรือลำเดียวกัน ได้มาร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน โดยที่ท่านเป็นกัปตันเรือ เราก็เป็นผู้โดยสาร อาจารย์และพี่เลี้ยงก็คงเปรียบเหมือนพนักงานบนเรือ มีวันที่ฝนตก น้ำท่วม ก็ต้องลุยน้ำกันมาเรียนด้วยจิตศรัทธา แต่การที่หลวงพ่อเปรียบว่าเราได้มาอยู่บนเรือลำเดียวกันนั้นมีความหมายยิ่งใหญ่กว่าการที่เราได้มาร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน การที่ได้ลงเรือลำเดียวกันนั้นท่านยังหมายถึงการที่เราได้ถึงจุดหมายปลายทางพร้อมๆกันดังเช่นวันนี้ ตอนขึ้นเรือ บางคนอาจจะพร้อม บางคนไม่พร้อม บางคนเศร้า บางคนสดใส บางคนนั่งสบายๆ บางคนกระสับกระส่าย แต่เมื่อเราเดินทางมา 6 เดือน ทุกคนก็ถึงจุดหมายพร้อมกัน

พระอาจารย์หลวงพ่อเปรียบเหมือนผู้ที่ฝึกให้เราหาเพชรและเจียระไนเพชร ไม่ใช่เพชรที่ไหน เพรชรในตัวของพวกเราเอง เพชรในตัวของเรามันมัวหมองปกคลุมไปด้วยโคลนตม ท่านก็สอนวิธีที่จะกำจัดโคลนตมออกทีละเล็กทีละน้อย สอนให้รู้ถึงคุณค่าของเพชร สอนให้รู้ว่ามันมีค่ามากแค่ไหน สอนให้เรารู้วิธีเจียระไนเพชรทีละเหลี่ยม ให้วิธีที่จะเจียระไนเพชรจนสำเร็จ ถึงแม้ว่าการเจียระไนเพชรของเราตอนนี้เพิ่งอยู่ในขั้นตอนของการเริ่มต้นเจียระไน แต่เราก็รู้ว่าหากจะเจียระไนให้เสร็จเราจะต้องทำอย่างไร

ถึงตอนนี้ ผมเชื่อว่าเพชรในตัวแต่ละท่านเริ่มฉายแสงความเป็นเพชรแล้ว หากท่านต้องการให้เพชรของท่านเป็นเพชรที่สมบูรณ์เปล่งประกายงดงาม ท่านก็ต้องหมั่นเจียระไนต่ออย่างพากเพียร หากท่านหยุดทิ้งเพชรเม็ดนี้ไว้ มันก็จะค่อยๆมัวหมองเพราะฝุ่นที่มาเกาะ แต่เพชรก็ยังคงเป็นเพชร ผลงานที่เราเจียระไนไว้ไม่ได้หายไปไหน ครั้งใดที่เราคิดได้ หยิบเพชรเม็ดนี้มาเจียระไนต่อ เราก็เพียงทำงานต่อไปจากเดิมที่เราทำไว้

เพชรเป็นธาตุที่แข็งที่สุด เพราะฉะนั้นการเจียระไนเพชรไม่ใช่เรื่อง่าย บางครั้งผลงานของเรามันก้าวหน้าไปช้าๆทีละเล็กทีละน้อย แต่ไม่ใช่ไม่ก้าวหน้า การเจียระไนเพชรให้สำเร็จจึงต้องอาศัยทั้งความเข้าใจ และอดทน ดังที่พระอาจารย์ได้กล่าวว่า เราต้องมีทั้ง ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา จะมีแต่สติ จะมีแต่สมาธิไม่ได้ จะมีศรัทธาโดยขาดปัญญาก็ไม่ได้ ต้องมีครบจะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้

อีกประการหนึ่ง ตอนนี้เราได้พบโรงเจียระไนเพชรที่ดี สอนวิธีที่จะเจียระไนเพชรได้ถูกต้องตามขั้นตอน แต่ไม่ใช่ว่าโรงงานอื่นไม่ดี แต่ละโรงงานก็จะมีวิธีเจียระไนเพชรตามแบบฉบับของตน เราควรต้องเข้าใจในข้อนี้ แต่หากเราพบโรงเจียระไนเพชรดีๆหลายโรง แล้วเราก็นำเพชรของเราไปเจียระไนในหลายๆวิธี มันก็อาจทำให้เราเสียเวลาได้ ทางที่ดีเราควรจะศึกษาตั้งแต่ต้นว่าโรงไหนที่สามารถมีวิธีเจียระไนเพชรเราให้สำเร็จ เราก็ควรจะยึดมั่นและดำเนินการไปอย่างไม่ย่อท้อ เหมือนตอนเรียนก็มักจะมีนักศึกษาถามพระอาจารย์ทำนองว่าจะมีเคล็ดลับที่จะทำให้เราสำเร็จได้เร็วหรือไม่ แต่คำตอบของพระอาจารย์เท่าที่ผมสรุปได้ก็คือ ถ้าเราเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูก ก็ให้เดินตามเส้นทางนี้ต่อไป ให้ขยันเดิน ไม่มีทางลัด มีแต่ทางที่ถูกต้อง

ประการสุดท้ายเมื่อเราจบออกไป บางครั้งเราอาจจะเจอคนที่ยังไม่รู้คุณค่าของเพชร เราก็จำเป็นที่จะต้องใจเย็นและค่อยๆอธิบายให้เขารับรู้ และเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนในโลกจะเห็นด้วยกับเราว่าเพชรมีค่า แม้แต่พระพุทธองค์ที่เราเชื่อมั่นว่า ท่านตรัสรู้ สอนธรรมะที่ดี ธรรมะที่เป็นจริงให้กับเรา แต่ก็มิใช่คนทั้งหมดที่จะเห็นด้วยกับเรา

Read More
TOP

รายชื่อคณะกรรมการ นักศึกษาครูสมาธิ รุ่นที่ 28

รายชื่อคณะกรรมการ นักศึกษาครูสมาธิ รุ่นที่ 28
สถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขาที่ 15 ศูนย์นำชัย จ.ภูเก็ต

ประธาน
คุณรักษาพงษ์ คำควรจำ (เบิ้ล)

รองประธาน
คุณน้ำอ้อย ตันติวิรัชกุล (น้ำอ้อย)
คุณพัสโสภณ อภิธนโกฏินนท์ (ตี๋) – ผู้ช่วย

เลขานุการ
คุณทักษวรรณ ไชยสุวรรณ (วิ)

ประชาสัมพันธ์
คุณศรัณย์ฤทัย ตั้งจิตรสนธิ (มุก)

เหรัญญิก
คุณศิวิมล คำวงษ์ (โอ๋)

และยังมีจอมยุทธอีกหลายท่านที่ขอช่วยเหลือแต่ไม่รับตำแหน่ง อาทิ
– คุณพิญญา แซ่ตั้น (แอ๊ด)
– คุณวาสนา วงศ์วัฒนกิจ (ฮุย)
– คุณปาริชาต อารีราษฎร์ (แอน)

ขออนุโมทนาบุญกับผู้มีจิตอาสาทุกท่าน เพื่อร่วมสานต่องานของพระอาจารย์หลวงพ่อ วิริยังค์ สิรินธโร เผยแพร่วิชาสมาธิ เพื่อความสันติสุขของโลกยิ่งขึ้นต่อไป

Read More
TOP

การอบรม “ครูวิทิสาสมาธิ” ณ​ วัดธรรมมงคล สุขุมวิท ๑๐๑ พระโขนง กรุงเทพฯ

ข่าวดี!!! สำหรับครูสมาธิทุกรุ่น ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นที่ ๒๗ เพื่อสานต่องานหลวงพ่อให้เกรียงไกร… สถาบันพลังจิตตนุภาพ ขอเชิญผู้ที่จบหลักสูตรครูสมาธิทุกรุ่นจากสถาบันพลังจิตตานุภาพ ทุกสาขาทั่วประเทศ เข้าอบรมการเป็น “ครูวิทิสาสมาธิ” ณ วัดธรรมมงคล สุขุมวิท ๑๐๑​พระโขนง กรุงเทพมหานคร เพื่อการแนะนำหลักสูตรวิทิสาสมาธิแก่สมาชิกที่ถูกต้องและเป็นแบบแผนมาตรฐานอันเดียวกัน โดยสามารถเลือกวันที่สะดวกในการเข้าอบรมในครั้งได้คือใน วันเสาร์ที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ หรือ วันอาทิตย์ที่ ๑​ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่สาขาสถาบันพลังจิตตานุภาพที่ท่านสังกัดอยู่ หรือที่โทร. 02-741-3552

กำหนดการ การอบรม “ครูวิทิสาสมาธิ”

วันเสาร์ที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ หรือ วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

วัดธรรมมงคล สุขุมวิท ๑๐๑ พระโขนง กรุงเทพฯ

9.00 – 12.00 น. ลงทะเบียนและสัมครเป็นหัวหน้าศูนย์วิทิสาย่อย
13.00   น.
พระครูปลัดมงคลวัฒน์ นำกล่าวบูชาพระรัตนตรัย
13.05   น.    พระครูสังฆรักษ์สุริยา
สิริวุฒโท กล่าวรายงาน
13.15   น.
พระธรรมมงคลญาณ กล่าวเปิดงาน (ด้วยวิดิทัศน์)
13.45   น.
พระครูปลัดมงคลวัฒน์ บรรยาย
“คู่มือการเป็นหัวหน้าศูนย์ย่อย”
เป้าหมาย และ ระบบงาน”
14.30   น.    พัก ๑๕
นาที
14.45   น.    อ.ประดิษฐ์  บัวน้ำจืด, อ.ดนัย ไกรวิทย์
และคณะหัวหน้าศูนย์ย่อย ร่วมเสวนา การหาสมาชิกที่มีประสิทธิภาพ
กลุ่มเป้าหมาย,
ระบบงาน ฯลฯ
16.00   น.
คำถาม-ตอบ
16.30   น.    จบการอบรม

รายละเอียดเพิ่มเติม หลักสูตรวิทิสาสมาธิ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-741-3552


Read More
TOP

ป้าแอ๋ว บริจาคเงิน 200,000 บาท

ป้าแอ๋ว (นางกิ่มเห็ว) เดิมเป็นโรคซึมเศร้า เป็นมากถึงขนาดคิดสั้น ได้มาเริ่มนั่งสมาธิกับนักศึกษาครูสมาธิ รุ่น27 ช่วงกลางๆเทอม ตอนนี้ก็นั่งสมาธิมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันไม่ป่วยแล้ว ยิ้มแย้มสดใสขึ้นมาก และได้สมัครเรียนเป็นนักศึกษาครูสมาธิ รุ่น28 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตอนมานั่งสมาธิเมื่อ 4-5 เดือนที่แล้ว ป้าแอ๋วได้มีโอกาสพบกับ พระครูปลัดสุพล ขันติพโล  (พระครูปลัดมงคลวัฒน์) ท่านพระอาจารย์ก็ได้กรุณาสั่งสอนและให้กำลังใจ แนะนำวิธีในการปฏิบัติตน และป้าแอ๋วก็ได้พูดบอกพระอาจารย์ไว้ตั้งแต่ตอนนั้นว่า ถ้าหายจากโรคซึมเศร้า จะบริจาคเงิน 200,000 บาท ให้กับสถาบันพลังจิตตานุภาพ

จากนั้นอาการของป้าแอ๋วก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันดูสดใสเป็นคนละคน และในโอกาสที่พระอาจารย์ได้มาเยี่ยมสถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขาภูเก็ตในครั้งนี้ ป้าแอ๋วจึงถือโอกาสนี้มอบเงินทำบุญ 200,000 บาท ให้กับสถาบันพลังจิตตานุภาพ

พวกเราทุกคนขออนุโมทนาสาธุกับบุญที่ป้าแอ๋วทำในครั้งนี้ด้วยครับ

Read More
TOP

การแสดงความรู้สึก – นายปิติภัทร์ ไตรรัตนาพร

การแสดงความรู้สึก หลังเรียนหลักสูตร “ครูสมาธิ”

ชื่อ นายปิติภัทร์ ไตรรัตนาพร
(นักศึกษาครูสมาธิรุ่นที่ 27)
ที่ทำงาน Best Point Condominium

วันหนึ่งผมได้รับกลอนบทหนึ่งที่เพื่อนส่งให้ทางอีเมล บทกลอนบทนั้นเขียนว่า

เป็นนวลทอง  ส่องแสง  แจรงกล้า
เปลวอ่อนล้า  ทดท้อได้  อย่างไรเล่า
ทางมืดหนาว  ใครรับรู้  อยู่บรรเทา
มีใครเขา  ยอมหลอมไหม้  เหมือนไส้เทียน

เมื่อผมอ่านจบมีคำถามๆหนึ่งเกิดขึ้นในจิตใจของผมทันที

อยู่มาวันหนึ่งผมได้นั่งคุยกับเพื่อนๆและได้ตั้งคำถามขึ้นว่า  ที่คนทั่วไปเขามักเปรียบครูเป็นเรือจ้าง มันจริงไหม  มีความคิดเกิดขึ้นหลากหลายมากมาย  แต่ผมมาสะดุดกับความคิดของเพื่อนคนหนึ่ง เขาพูดว่า ครูเปรียบเป็นเรือจ้างจริงๆ ซึ่งคำตอบของเขาสวนทางกับความคิดของคนอื่น  เขาพูดต่อว่า     ครูเป็นเรือจ้างแต่เป็นเรือจ้างที่พาลูกศิษย์ ข้ามวัฏสงสารต่างๆ  แม้แต่คนที่ไม่ใช่ลูกศิษย์ ครูยังชี้แนะเพื่อให้เขาข้ามวัฏสงสารไปได้ ผมจึงมาคิดว่า ถ้าครูเปรียบเป็นเรือจ้าง  ลำเรือคงเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอน ผู้โดยสารที่มากับเรือคงเป็นลูกศิษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่า และวัฏสงสาร คงเป็นผืนน้ำ และปัญหาอุปสรรค์ต่างๆ  ส่วนครูคงเป็นนายท้ายเรือ   ที่คอยคัดหางเสือเพี่อให้เรือแล่นผ่านผืนน้ำและส่งผู้โดยสารถึงฝั่งด้วยความปลอดภัย  ถึงแม้บางครั้งจะเจอกับคลื่นลมแรงที่พัดโหมกระหน่ำ  แต่นายท้ายเรือไม่เคยมีความคิดที่จะสละเรือเพื่อเอาชีวิตตนเองรอด   และไม่ย่อท้อต่อคลื่นลมที่เกิดขึ้น แต่กลับมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีสติ มีความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมด้วยศรัทธาในอาชีพของตน ประคับประครองเรือ ไม่ให้เรือจมลงสู่กระแสน้ำ  ถึงแม้ในบางครั้งมีผู้โดยสารบางคน ไม่สามารถทนต่อคลื่นลม หรือวัฎสงสารได้ และพยามยามกระโดดลงจากเรือ นายท้ายเรือก็จะทำทุกวีถีทางให้ผู้โดยสารได้คิดและล้มเลิกที่จะกระโดดลงจากเรือ เพราะรู้ว่าหากผู้โดยสารกระโดดลงจากเรือชีวิตของเขาต้องได้รับอันตรายเป็นแน่

เมื่อนายท้ายเรือนำเรือมาถึงฝั่งและส่งผู้โดยสารทุกคนด้วยความปลอดภัย นายท้ายเรือไม่เคยคิดที่จะทวงบุญคุณ  ไม่เคยคิดที่อยากจะได้สิ่งใดตอบแทนจากผู้โดยสาร และ ไม่เคยคาดหวังว่าผู้โดยสารที่ตนเองพาข้ามฝั่งจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน มีแต่ความคิดที่อยากให้ผู้โดยสารทุกคนมีชีวิตที่ดี มีความเจริญรุ่งเรือง  ก้าวหน้า ยิ่งๆขึ้นต่อไป

แต่สำหรับนายท้ายเรือ  ก็ยังคงตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองด้วยจิตวิญญาณที่มีแต่ความเสียสละและมีแต่คำว่าให้   และทำหน้าที่รับส่งผู้โดยสารรุ่นแล้วรุ่นเล่าเพื่อให้แต่ละคนถึงฝั่งที่ฝันต่อไป นี่คือครูหรือเรือจ้างในความคิดของผม

โลกขาดแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ไม่ได้ฉันใด โลกก็ขาดครูไม่ได้ฉันนั้น  เพื่อระลึกถึงพระคุณของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ   พระคุณของพระอาจารย์ทุกรูป   พระคุณของอาจาริยสาทุกท่าน ตลอดจนพระคุณของครูบาอาจารย์ ที่เคยสั่งสอนมา ผมขอนำบทกลอนของคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์  มาอ่านเพื่อบูชาครูดังนี้ครับ

ใครคือครู  ครูคือใคร  ในวันนี้
ใช่อยู่ที่  ปริญญา  มหาศาล
ใช่อยู่ที่  เรียกว่า  ครูอาจารย์
ใช่อยู่นาน  สอนนาน  ในโรงเรียน

ครูคือผู้  ชี้นำ  ทางความคิด
ให้รู้ถูก  รู้ผิด  คิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์  รู้ยาก  รู้พากเพียร
ให้รู้เปลี่ยน แปลงสู้  รู้สร้างงาน

ครูคือผู้  ยกระดับ  วิญญาณมนุษย์
ให้สูงสุด  กว่าสัตว์  เดรัจฉาน
ปลูกสำนึก  สั่งสม  อุดมการณ์
มีดวงมาลย์  เพื่อมวลชน  ใช่ตนเอง

ครูจึงเป็น  นักสร้าง  ผู้ใหญ่ยิ่ง
สร้างคนจริง  สร้างคนกล้า  สร้างคนเก่ง
สร้างคนให้  ได้เป็นตน  ของตนเอง
ของมอบเพลง  นี้มา  บูชาครู

(ร้องเพลงพระคุณที่ 3 พร้อมกัน)

Read More
TOP

การแสดงความรู้สึก – นายลัพธวิทย์ อารีราษฏร์

การแสดงความรู้สึก หลังเรียนหลักสูตร “ครูสมาธิ”

ชื่อ นายลัพธวิทย์ อารีราษฎร์
(นักศึกษาครูสมาธิรุ่นที่ 27)
ที่ทำงาน เพียวคาร์เร้นท์, โรงแรมเพียวแมนชั่น, เพียววิลล่า

ผมรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ หลักสูตรครูสมาธิ จากคุณวิสิษฐ์ ใจอาจ ในงานเลี้ยงของกลุ่มเพื่อนๆที่เรียน KSME หลังจากนั้นก็ได้รับ Forward Mail เกี่ยวกับหลักสูตรนี้ ผมจึงลองสมัคร เหตุผลแรกๆที่ทำให้ตัดสินใจสมัครเรียนสมาธิก็เพราะ อยากจะเรียนรู้เรื่องสมาธิเพิ่ม และอยากพัฒนาตัวเอง

เมื่อได้เรียนสมาธิมาจนเกือบจบหลักสูตร ก็ได้พบว่า การเรียนสมาธินั้นให้ประโยชน์กับตัวเรามากกว่าที่คิด ประโยชน์ที่ผมได้อย่างมากจากการเรียนสมาธิคือ การที่ผมได้รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ใจตัวเอง รู้ถึงอารมณ์ตัวเอง ทำให้เรามีสติมากขึ้น ทำอะไรด้วยเหตุผลมากกว่าอารมณ์ ยับยั้งใจ และอารมณ์ของตัวเองได้เวลาโกรธ หรือโมโห จริงๆแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็คุ้มค่ามากที่ได้จากการเรียนสมาธิ แต่จริงๆแล้วผมได้อะไรมากกว่านั้น

หลักจากที่ผมเรียนสมาธิ นั่งสมาธิ และ เดินจงกรม มาประมาณ 2 เดือน ก็รู้สึกว่าตัวเองมองโลกในแง่ดีมากขึ้น (ปกติผมก็ฝึกตัวเองให้มองโลกในแง่ดีอยู่แล้วครับ) เข้าใจคนอื่นมากขึ้น และยิ้มง่ายขึ้น ปกติอาจะเป็นเพราะผมทำงานเยอะ เลยมีความเครียดสะสมอยู่มาก หน้าตาเลยไม่ค่อยยิ้มแย้ม หลังจากเรียนสมาธิ รู้สึกเหมือนกับเรามีความสดใส ทำให้ยิ้มง่ายขึ้นมาก

สิ่งที่ไม่น่าเชื่ออย่างหนึ่งก็คือ การได้นั่งสมาธิ และเดินจงกรม ทำให้สุขภาพของผมดีขึ้น เมื่อก่อนผมทำงานเยอะจนลืมดูแลสุขภาพตัวเอง ทำให้ไม่สบายบ่อย หลังจากการเรียนสมาธิ ผมเป็นหวัดแค่ครั้งเดียวในตอนแรกๆที่เรียน หลังจากนั้นไม่เป็นหวัดเลย อาจเป็นเพราะจิตใจเราสงบ ร่างกายเราได้พักผ่อนเวลาทำสมาธิ

เมื่อผมรู้ว่าผมได้รับอะไรมากมายจากการเรียนสมาธิ ผมจึงเริ่มบอกและชวนคนที่รู้จักมาเรียนสมาธิด้วย โดยเริ่มจากคนใกล้ตัว และเพื่อนๆ น้องๆ ในที่ทำงาน ซึ่งภรรยาของผมก็น่าจะสมัครเรียนสมาธิในรุ่นต่อไปด้วย

ผมขอขอบคุณ พระอาจารย์ หลวงพ่อ วิริยังค์ สิรินธโร  พระอาจารย์ อาจารย์ และพี่เลี้ยงทุกท่าน ที่ช่วยอุทิศตน และสละเวลาช่วยทำให้หลักสูตรนี้ประสบความสำเร็จตลอดมา พวกเราจึงได้มาเรียนหลักสูตรนี้ และผมจะขออุทิศตนช่วยเหลือสถาบันพลังจิตตานุภาพตามกำลังความสามารถที่มี เพื่อสานต่อหลักสูตรนี้ต่อไป

Read More
TOP

จากการได้มาศึกษาสมาธิ กับสถาบันพลังจิตตานุภาพ

จีระสิทธิ์ ถิรวิริยาภรณ์ (นักศึกษาครูสมาธิ รุ่นที่ 27)

จากการได้มาศึกษาสมาธิ กับสถาบันพลังจิตตานุภาพสาขาที่15 ศูนย์นำชัย ทำให้ทราบรายละเอียดอะไรๆ หลายๆอย่างไร เกี่ยวกับสมาธิ ทำให้ทราบถึงปฎิกิริยาอาการต่างๆในขณะนั่งสมาธิ รู้ถึงคุณและโทษ และรู้ขั้นตอนของสมาธิ เพราะมีอาจารย์ผู้รู้คอยแนะคอยสอนไม่หลงทาง

อีกอย่างหนี่งเป็นการสอนแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่รู้สึกอึดอัดปฎิบัติได้ทุกคน ไม่ต้องลาเรียน ไม่ต้องลางาน แค่วันละ2.30ชม เราจะได้ประโยชน์อีกมากมายจากสมาธิ

ขอขอบพระคุณพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ ผู้ก่อตั้งสถาบันนี้ขี้นมา เพื่อประโยชน์เพื่อความสุขของประชาชนทั่วไป และประชากรโลก ข้าพเจ้ากราบสาธุกับพระอาจารย์หลวงพ่อ และผู้ที่เกี่ยวข้องในสถาบันพลังจิตตานุภาพทุกสขา สาธุ สาธุ

Read More
TOP

ดีใจที่ได้มาเรียนสมาธิ ที่สถาบันพลังจิตตานุภาพ

ผม ลัพธวิทย์ อารีราษฏร์ เป็นนักศึกษาครูสมาธิรุ่นที่ 27

หลังจากที่ผมได้เรียนสมาธิมาประมาณ 4 เดือน ผมรู้สึกขอบคุณตัวเองมากที่เมื่อ 4 เดือนที่แล้วผมตัดสินใจสมัครเรียนในหลักสูตรครูสมาธิ ของสถาบันพลังจิตตานุภาพ

ตอนเริ่มเรียนช่วงแรก ผมก็ไม่มั่นใจว่าผมจะสามารถเรียนสมาธิได้มานานถึง 4 เดือน การเดินจงกรม และนั่งสมาธิช่วงแรกของผมนั้นมีแต่ความกังวล ทั้งกังวลเรื่องงาน และเรื่องอื่นๆสารพัด ทำให้เรารู้สึกระวนกระวาย ไม่นิ่ง และเหมือนอยากจะเดินออกจากห้องนั่งสมาธิไปในตอนนั้น

แต่ด้วยคำสอนของอาจารย์  พระอาจารย์ และ หลักสูตร “ครูสมาธิ” ที่สอนอย่างเป็นขันเป็นตอน ทำให้ผมเริ่มเข้าใจการนั่งสมาธิทีละเล็กทีละน้อย ตัวเองค่อยๆอดทนมากขึ้น จนรู้สึกว่าตัวเองเริ่มทำได้ จากที่เคยทน ก็กลายเป็นไม่ต้องทน และกลายเป็นความสุข

ที่ผมรู้สึกขอบคุณตัวเอง ที่สามารถพาตัวเองมาเรียนหลักสูตรครูสมาธิจนกระทั่งปัจจุบัน ก็เพราะ สิ่งที่ผมได้จากการเรียนสมาธินั้นมากมาย และลึกซึ้งเหลือเกิน มากเกินกว่าที่จะบรรยายให้เห็นภาพได้

Read More